
เมื่อพูดถึงร้านสะดวกซื้อเจ้าดังในไทย ใคร ๆ ก็ต้องนึกถึง “7 Eleven (เซเว่นอีเลฟเว่น)” ขึ้นมาเป็นอันดับแรก เพราะไม่ว่าจะเดินไปมุมไหนต่างก็ต้องมีร้าน 7-11 ตั้งอยู่บนถนนสักแห่งด้วยจำนวนสาขาที่มากกว่า 15,000 สาขากระจายอยู่ทั่วประเทศ ด้วยเหตุนี้เองการมีสินค้าวางขายบนชั้นวางของเซเว่นจึงเป็นเป้าหมายของผู้ผลิตและแบรนด์สินค้าจำนวนมาก โดยเฉพาะสินค้า FMCG (Fast-Moving Consumer Goods) หรือสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่มที่ต้องการเข้าถึงผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด
แต่การจะส่งสินค้าเข้าไปวางจำหน่ายในเซเว่นอีเลฟเว่นไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด เพราะสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่มต้องอาศัยขนส่งเย็นหรือขนส่งควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain Logistics) ในการกระจายสินค้าเพื่อรักษาคุณภาพและความสดใหม่ของสินค้าจนกว่าจะถึงมือผู้บริโภค นอกจากนี้ยังต้องผ่านขั้นตอนการตรวจสอบ คัดกรอง และส่งสินค้าไปยังศูนย์กระจายสินค้าและสาขาต่าง ๆ อย่างเป็นระบบอีกด้วย
และนี่จึงเป็นเหตุผลที่ผู้ประกอบการจำนวนมากเลือกใช้พาร์ทเนอร์ด้าน Food Logistics ที่มีระบบบริหารจัดการข้อมูล คลังสินค้า และการกระจายสินค้าเชื่อมต่อกันกับร้านค้าโมเดิร์นเทรด เพื่อช่วยลดความซับซ้อนในการบริหาร Supply Chain และทำให้การส่งสินค้าเข้าสู่ 7-Eleven เป็นระบบมากขึ้น
นอกจากการเซ็นสัญญาฝากขายกับเซเว่นอีเลฟเว่นจะเป็นเรื่องยากและมีมาตรฐานที่เข้มงวดแล้ว “กระบวนการโลจิสติกส์” หรือการส่งสินค้าเข้า 7-11 ให้ครอบคลุมทุกสาขาก็เป็นเรื่องยุ่งยากไม่แพ้กัน เพราะยังมีเบื้องหลังหลายขั้นตอนที่ต้องจัดการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มสินค้าอาหารสำเร็จรูป อาหารแช่เย็น-แช่แข็ง ขนมเบเกอรี หรือเครื่องดื่มต่าง ๆ
ทั้งมาตรฐานด้านคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าที่เข้มงวด โดยต้องควบคุมอุณหภูมิตลอดกระบวนการขนส่งด้วยขนส่งเย็นหรือขนส่งควบคุมอุณหภูมิไม่ให้สินค้าเสื่อมสภาพก่อนวางจำหน่ายในระหว่างการจัดเก็บและขนส่ง นอกจากนี้ยังมีเรื่องการบริหารจัดการข้อมูลสินค้า การรับสินค้าเข้าคลัง การจัดเก็บ การควบคุมสต็อก การวางแผนขนส่ง และการติดตามสถานะสินค้า ไปจนถึงการยืนยันการจัดส่งที่ต้องเชื่อมต่อกันอย่างเป็นระบบ
ไหนจะต้นทุนในการบริหารจัดการโลจิสติกส์เองทั้งหมด ไม่ว่าจะการลงทุนในรถห้องเย็น คลังสินค้าห้องเย็น และทีมโลจิสติกส์ที่มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งแน่นอนว่าผู้ประกอบการหลายรายอาจจะเพิ่งเริ่มทำธุรกิจหรือเริ่มจำหน่ายสินค้าในช่องทางโมเดิร์นเทรด คงไม่อยากลงทุนสร้างระบบเพราะกลัวไม่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับปริมาณสินค้าที่ต้องกระจายสู่ร้านสะดวกซื้อ จึงทำให้หลายแบรนด์เลือกใช้บริการด้าน Third Party Logistics (3PL) เพื่อลดต้นทุนในความเสี่ยงในการจัดตั้งฝ่ายโลจิสติกส์ในธุรกิจของตนเอง
บทความแนะนำ: นำสินค้าเข้า Modern Trade ได้ง่ายๆ ใน 5 ขั้นตอน สอนแบบจับมือทำ

“Food Pipeline” บริการกระจายสินค้าแบบขนส่งเย็นหรือขนส่งควบคุมอุณหภูมิ (Cold Chain Logistics) โดยผู้ให้บริการ Third Party Logistics (3PL) ผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์สำหรับธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อส่งสินค้าเข้าสู่ช่องทางโมเดิร์นเทรด (Modern Trade) ทั่วประเทศไทย มั่นใจด้วยการรับรองมาตรฐานระดับสากล GMP และ HACCP
ตัวอย่างโมเดิร์นเทรด (Modern Trade) ที่ Food Pipeline ให้บริการกระจายสินค้า
*หมายเหตุ : Food Pipeline ให้บริการกระจายสินค้าประเภทวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์อาหารเฉพาะสินค้าที่ทำสัญญาฝากขายกับช่องทางโมเดิร์นเทรดแล้วเท่านั้น

ระบบของ Food Pipeline ได้ออกแบบขั้นตอนการทำงาน 6 ขั้นตอน เพื่อให้ผู้ประกอบการส่งสินค้าเข้า 7-Eleven ได้อย่างราบรื่นและเป็นระบบ ดังนี้
บันทึกรายละเอียดของสินค้าเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลกลางของเรา รวมถึงบันทึกจุดจัดส่งสินค้าปลายทางของ 7-Eleven แต่ละสาขาให้ครบถ้วน เพื่อให้ระบบนำข้อมูลไปวางแผนการกระจายสินค้าปลายทางได้อย่างถูกต้อง
เมื่อสินค้าจากผู้ผลิตถูกส่งเข้าสู่คลังสินค้าห้องเย็น จะมีการบันทึกข้อมูลการรับสินค้าเข้า โดยคัดกรองเฉพาะสินค้าที่ผ่านมาตรฐานเข้าสู่ระบบ ควบคู่ไปกับระบบการจัดการเก็บสินค้าในคลังที่จัดวางตามประเภทและอุณหภูมิให้เหมาะสมกับเงื่อนไขการจัดเก็บของสินค้าคุณ
เชื่อมต่อการทำงานแบบอัตโนมัติ โดยรับคำสั่งซื้อจากระบบของ 7-11 โดยตรง เพื่อเปิดบิลอัตโนมัติ (PO) จากนั้นระบบจะออกแบบเส้นทางและวางระบบขนส่งที่สอดคล้องกับปลายทาง พร้อมบันทึกสินค้าออกจากคลังอย่างแม่นยำ
บริการของเรารองรับการจัดการขนส่งควบคุมอุณหภูมิตามเงื่อนไขและมาตรฐานที่เหมาะสมกับสินค้า ตั้งแต่คลังสินค้าห้องเย็น และรถห้องเย็น โดยควบคุมอุณหภูมิระหว่างการส่งสินค้าตลอดเวลาเพื่อให้มั่นใจได้ว่าสินค้าจะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิระหว่างทาง และคงคุณภาพจนถึงสาขาปลายทาง
เมื่อสินค้าถึงร้านสะดวกซื้อสาขาปลายทาง จะมีการจัดทำเอกสาร POD (Proof of Delivery) เพื่อยืนยันการรับสินค้าอย่างเป็นทางการ พร้อมส่งเอกสารบันทึกการรับสินค้าให้กับทั้งฝ่ายผู้ผลิตและร้านค้าปลายทาง เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าสินค้าถูกส่งมอบครบถ้วนและตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้
ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงรายงานสินค้าคงคลังและรายงานสถานะคำสั่งซื้อได้แบบเรียลไทม์เมื่อสินค้าถูกจัดส่งถึงที่หมาย ทำให้มองเห็นภาพรวมของคลังสินค้าและความคืบหน้าของการจัดส่งในแต่ละสาขาได้ตลอดเวลา
ดูตัวอย่างผลงานได้ที่ : เผยเส้นทางวัตถุดิบ เบื้องหลังข้าวกล่องร้านสะดวกซื้อหมายเลข 7 มีที่มาอย่างไร
สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ช่องทาง
Call: 02-328-6638
Line Official: @cogistics
Facebook: Cogistics Co., Ltd.
Email: salesorder@cogistics.co.th
แล้วมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเรา Cogistics เพื่อนคู่คิดธุรกิจอุตสาหกรรมอาหาร