
เมื่อฤดูฝนกลับมาช้ากว่าปกติ แหล่งน้ำที่เริ่มแห้งเร็วขึ้น หรือพื้นที่เพาะปลูกต้องเผชิญกับเอลนีโญ ภัยแล้ง หรืออากาศร้อนจัดยาวนานกว่าที่เคย สิ่งเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งสำคัญที่โลกของเรากำลังเผชิญ และอาจไม่ใช่แค่ปรากฏการณ์ชั่วคราวอย่างที่เคยผ่านมา…
รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้เชี่ยวชาญคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ได้เปิดเผยข้อมูลจากแบบจำลองการกระจายอุณหภูมิผิวพื้น (ECMWF) ว่า…ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สภาวะ “ฐานอุณหภูมิใหม่ (New Climate Normal)” ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี พ.ศ. 2569 ยาวถึงปี พ.ศ. 2570
เนื่องจากปรากฏสัญญาณเตือนภัยขั้นสูงสุดของภาพจำลองการกระจายอุณหภูมิบนบกและทะเล โดยแสดงพื้นที่สีแดงเข้มและน้ำตาลปกคลุมเกือบทั่วโลก รวมถึงเหนือน่านน้ำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและไม่กลับไปอยู่ในระดับเดิม จึงกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในระยะยาว

“New Climate Normal” หรือ “ฐานอุณหภูมิใหม่” คือ สภาวะที่โลกเผชิญกับความผันผวนทางธรรมชาติที่ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวอีกต่อไป แต่กลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างถาวร เช่น คลื่นความร้อน ฝนตกหนักผิดปกติ ภัยแล้ง หรือความแปรปรวนของฤดูกาลที่จะเกิดขึ้นถี่และรุนแรงกว่าเดิม รวมถึงอาจเกิดขึ้นในทุกปี
สำหรับประเทศไทยสังเกตได้จากภาพจำลองการกระจายอุณหภูมิบนบกและทะเลข้างต้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562–2569 แสดงให้เห็นพื้นที่สีแดงเข้มและน้ำตาลของอุณหภูมิเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและไม่มีท่าทีว่าจะกลับไปอยู่ในระดับเดิม
และส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะระบบนิเวศ การดำรงชีวิต ภาคเศรษฐกิจ ไปจนถึงเกษตรกรไทยที่ต้องบริหารจัดการน้ำ การวางแผนเพาะปลูก หรือการรับมือความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อาหาร (Food Chain) นั่นเอง
เอลนีโญ (El Niño) เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออกที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นกว่าปกติ จนเกิดการเปลี่ยนแปลงในกระแสลมและการเคลื่อนที่ของมวลอากาศทำให้เกิดภัยแล้ง ฝนตกน้อยลงและอากาศร้อนขึ้น โดยเฉพาะโซนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสเตรเลีย
โดยปรากฏการณ์นี้กำลังทำหน้าที่เป็น “ตัวเร่ง” ที่ซ้อนทับกับแนวโน้มโลกร้อน สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของภาวะโลกร้อนที่เพิ่มขึ้นจนก้าวข้ามคำว่า Global Warming เข้าสู่ยุค “Global Boiling” หรือ “ภาวะโลกเดือด” ที่กำลังแผ่ขยายความร้อนสะสมไปทั่วทุกภูมิภาคที่ส่งผลกระทบต่อชั้นบรรยากาศและสภาพอากาศอย่างรุนแรง
บทความเกี่ยวข้องที่น่าสนใจ:

1. วิกฤติความร้อนสุดขั้ว (Extreme Heat Waves)
สภาพอากาศของประเทศไทยเสี่ยงถูกปกคลุมด้วยเฉดสีส้ม-แดงเข้ม ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนภัยอุณหภูมิพุ่งสูง แม้เข้าสู่ช่วงฤดูฝนหรือปลายฝนต้นหนาวแต่อากาศกลับร้อนอบอ้าวผิดปกติ และดัชนีความร้อน (Heat Index) พุ่งสูงจนแตะระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพิ่มความเสี่ยงภาวะฮีทสโตรก (Heat Stroke) และยังสร้างความอึดอัดความเครียดให้กับมนุษย์
2. วิกฤติความไม่มั่นคงด้านน้ำ (Water Insecurity)
อุณหภูมิที่ร้อนจัดอย่างยาวนานกลายเป็นตัวเร่งอัตราการระเหยของน้ำในเขื่อนและแหล่งน้ำหลักอย่างรวดเร็ว ประกอบกับวงจรฝนที่ผันผวนสุดขั้ว เกิดสภาวะฝนทิ้งช่วงยาวนานสลับกับฝนตกหนักกระจุกตัวในเวลาอันสั้นจนเกิดน้ำท่วมฉับพลัน (Flash Flood) ซึ่งรูปแบบฝนที่ไม่เป็นไปตามฤดูกาลนี้ส่งผลให้การบริหารจัดการน้ำทำได้ยากลำบาก และขยายผลกระทบเป็นวิกฤติภัยแล้งที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น
3. วิกฤติระบบนิเวศและเกษตรกรรม
สัญญาณเตือนภัยสีแดงเข้มไม่ได้ปรากฏแค่บนบกแต่ยังแผ่ขยายลงสู่ทะเล โดยเฉพาะในอ่าวไทยและอันดามันที่เสี่ยงเผชิญภาวะ “ปะการังฟอกขาวรุนแรง” จากอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น ในขณะเดียวกันภาคเกษตรกรรมกลายเป็นปราการที่เปราะบางที่สุด เมื่อเกษตรกรไทยต้องเผชิญกับสภาวะความเครียดจากความร้อนในพืชและสัตว์ (Heat Stress) บวกกับการขาดแคลนน้ำ ต้นทุนในการเพาะปลูก ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณและคุณภาพของผลผลิตทางการเกษตรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แน่นอนว่าภัยแล้งจากเอลนีโญที่กำลังจะมาถึงไม่ได้กระทบแค่เกษตรกรไทย แต่ส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วห่วงโซ่อุปทานอาหาร (Food Supply Chain) ตั้งแต่ต้นน้ำมาถึงธุรกิจอาหาร เช่น ผู้ผลิต ผู้แปรรูป ร้านอาหาร ไปจนถึงผู้บริโภคปลายทาง
เนื่องจากวัตถุดิบอาหารจำนวนมากโดยเฉพาะวัตถุดิบทางการเกษรตกรขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและทรัพยากรน้ำของแหล่งเพาะปลูกร่วมด้วย หากเกิดภัยแล้งหรืออุณหภูมิสูงต่อเนื่องย่อมส่งผลโดยตรงต่อปริมาณและคุณภาพของวัตถุดิบที่อาจไม่แน่นอน รวมถึงต้นทุนการจัดหาวัตถุดิบที่อาจเพิ่มขึ้น และราคาสินค้าอาจผันผวนตามไปด้วย จนผู้ประกอบการธุรกิจอาหารไม่สามารถวางแผนการผลิตหรือสต็อกสินค้าในระยะยาวได้เนื่องจากความไม่แน่นอนของวัตถุดิบนั่นเอง
แนวทางการรับมือสำหรับผู้ประกอบการ
ข้อมูลอ้างอิง:
- SpringNews (2569). 3 วิกฤตสิ่งแวดล้อมใหญ่ ไทยต้องเผชิญปลายปี’69-70
ร้อนสุดขั้ว-วิกฤตน้ำ-เกษตรต้นทุนพุ่ง!, จาก https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1488720006622547&set=pb.100064536860600.-2207520000&type=3
- TNN Thailand (2569). โลกเข้าสู่ "ฐานอุณหภูมิใหม่" ร้อนทุบสถิติ ไม่กลับไปจุดเดิม, จาก https://bit.ly/4wV6BiA
- TNN Thailand (2569). เตือนไทยระวังฝนตกหนัก ชี้โลกเข้าสู่ New Climate Normal, จาก https://www.tnnthailand.com/earth/240801/
- กรุงเทพธุรกิจ (2569). จาก 'เอลนีโญแฝง' สู่โลกเดือดถาวร เตือนไทยรับ 3 วิกฤตใหญ่ปลายปี 2569 ถึง 2570, จาก https://www.bangkokbiznews.com/sustainability/environment/1242578
สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ช่องทาง
Call: 02-328-6638
Line Official: @cogistics
Facebook: Cogistics Co., Ltd.
Email: salesorder@cogistics.co.th
แล้วมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเรา Cogistics เพื่อนคู่คิดธุรกิจอุตสาหกรรมอาหาร