May 15, 2026
Admin Cogistics Co.,Ltduser_icon

เตือนภัย! ซูเปอร์เอลนีโญ 2569 จ่อถล่มไทย กระทบวิกฤตความมั่นคงทางอาหาร

เตือนภัย! ซูเปอร์เอลนีโญ 2569 จ่อถล่มไทย กระทบวิกฤตความมั่นคงทางอาหาร

ช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้โลกกำลังเผชิญกับความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และหนึ่งในปรากฏการณ์ที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือ “เอลนีโญ (El Nino)” ซึ่งสร้างความปั่นป่วนต่อสภาพอากาศทั่วโลก ทั้งอุณหภูมิที่ร้อนอบอ้าวผิดปกติ ภัยแล้ง และผลกระทบต่อระบบนิเวศ

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) รายงานไว้ว่า ในปี 2569 นี้ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติดังกล่าวกำลังจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นสู่สภาวะ “ซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Nino)” ที่มีความรุนแรงมากกว่าปกติโดยมีโอกาสสูงถึง 62% ที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายน - สิงหาคม 2569 และอาจสร้างผลกระทบครั้งใหญ่ต่อหลายประเทศ รวมถึงในประเทศไทย

ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบลูกโซ่ไปยังการเกิดภัยแล้ง การขาดแคลนน้ำ และภาคเกษตรกรรม จนกระทบต่อปัญหาความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ทั้งต่อผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และภาคอุตสาหกรรมอาหารอีกด้วย

 

ซูเปอร์เอลนีโญ คืออะไร? ต่างจากปกติยังไง

ซูเปอร์เอลนีโญ คืออะไร? ต่างจากปกติยังไง

เอลนีโญ (El Nino) คือ ปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออกสูงกว่าค่าเฉลี่ยประมาณ 0.5 ถึง 1.0 องศาเซลเซียส ซึ่งทำให้กระแสลมและการเคลื่อนที่ของมวลอากาศเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้เกิดความแห้งแล้งในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสเตรเลีย ขณะที่ฝั่งอเมริกาใต้จะมีฝนตกหนักหรือเกิดน้ำท่วม

ส่วนซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Nino) เป็นคำเรียกอย่างไม่เป็นทางการสำหรับปรากฏการณ์เอลนีโญที่มีความรุนแรงมากกว่าปกติ โดยอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกพุ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยเกิน 2.0 องศาเซลเซียส ติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้อัตราการระเหยของน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกใกล้ประเทศอินโดนีเซียน้อยลง ส่งผลให้ความชื้นในบรรยากาศลดตามไปด้วย จนทำให้อากาศร้อน ฝนตกน้อย เกิดภัยแล้งรุนแรงและลากยาวกว่าเอลนีโญปกตินั่นเอง

 

ซูเปอร์เอลนีโญ เกิดจากอะไร?

สาเหตุหลักของซูเปอร์เอลนีโญเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของกระแส “ลมค้า (Trade Wind)” บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก เมื่อกระแสลมอ่อนกำลังลงน้ำอุ่นที่เคยถูกพัดไปทางตะวันตกจะไหลย้อนกลับมาสะสมบริเวณตอนกลางและตะวันออกของมหาสมุทรแทน ส่งผลให้อุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้นผิดปกติ

เมื่ออุณหภูมิน้ำทะเลเปลี่ยนแปลงจะส่งผลต่อระบบหมุนเวียนของอากาศและปริมาณฝนทั่วโลก ทำให้บางพื้นที่เกิดฝนตกหนัก ขณะที่บางพื้นที่กลับแห้งแล้งกว่าปกติ จนอาจกลายเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น ภัยแล้ง อุทกภัย หรือการเปลี่ยนเส้นทางเดินพายุทั่วโลก นอกจากนี้ยังทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกพุ่งสูงขึ้นอีกด้วย

ไม่เพียงเท่านี้มีการตั้งข้อสังเกตว่า “ภาวะโลกร้อน” หรือ “ความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้น” อาจทำให้ไม่สามารถระบายความร้อนจากเอลนีโญครั้งก่อนได้ทัน จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดซูเปอร์เอลนีโญครั้งใหม่ที่รุนแรงและอุณหภูมิที่สูงยิ่งขึ้น

 

ผลกระทบจากซูเปอร์เอลนีโญที่เกิดขึ้นทั่วโลก

ซูเปอร์เอลนีโญ ผลกระทบนั้นสร้างความรุนแรงแก่หลายภูมิภาคทั่วโลก เนื่องจากมหาสมุทรที่อุ่นขึ้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในวงกว้าง และอาจกลายเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติรุนแรงได้ โดยส่งผลกระทบในพื้นที่อื่น ๆ ของโลก ดังต่อไปนี้

  • ทวีปอเมริกาเหนือ
    • ช่วงปลายปีฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ เสี่ยงเผชิญพายุฤดูหนาวและน้ำท่วมรุนแรง
    • ช่วงฤดูร้อนภาคตะวันตกและภาคใต้จะมีอุณหภูมิและความชื้นสูงกว่าค่าเฉลี่ย
    • พายุเฮอร์ริเคนในฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกมีแนวโน้มลดลง จากแรงเฉือนลมในชั้นบรรยากาศที่สูงขึ้น
  • ทวีปอเมริกาใต้
    • ป่าฝนแอมะซอนและบราซิลตอนเหนือเผชิญภัยแล้งและคลื่นความร้อนรุนแรง
    • เปรู เอกวาดอร์ และอเมริกาใต้ฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ เสี่ยงฝนตกหนักและน้ำท่วมรุนแรง
  • ทวีปยุโรปและแอฟริกา
    • หลายพื้นที่มีแนวโน้มเกิดคลื่นความร้อนบ่อยและรุนแรงมากขึ้น
    • แอฟริกาตะวันออกและแอฟริกาตอนกลางอาจเผชิญภัยแล้งและการเปลี่ยนแปลงของความชื้นในดิน
    • แอฟริกาตอนเหนือและบริเวณจะงอยแอฟริกาเสี่ยงฝนตกหนักและน้ำท่วม
  • ทวีปออสเตรเลียและโอเชียเนีย
    • เผชิญสภาพอากาศแห้งแล้งและอุณหภูมิสูงขึ้นผิดปกติ
    • เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่ารุนแรง
    • หมู่เกาะแปซิฟิกตอนใต้มีแนวโน้มปริมาณฝนเปลี่ยนแปลง และอาจเกิดภัยแล้งระยะยาวในบางพื้นที่

 

ซูเปอร์เอลนีโญ ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างไร?

ซูเปอร์เอลนีโญ ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยอย่างไร?

สำหรับซูเปอร์เอลนีโญ ประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือเป็นพื้นที่เปราะบางที่สุด ซึ่งอิทธิพลของปรากฏการณ์นี้จะซ้ำเติมภัยแล้งที่รุนแรงและยาวนานมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย โดยคาดการณ์โอกาสสูงถึง 62% ที่จะเกิดเอลนีโญช่วงเดือนมิถุนายน - สิงหาคม 2569​ และยังส่งผลต่อวิถีชีวิต เศรษฐกิจ และความมั่นคงทางอาหาร (Food Security)

ผลกระทบจากซูเปอร์เอลนีโญที่เห็นได้ชัดเจน มีดังต่อไปนี้

  • ภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำ: ปริมาณน้ำฝนมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยและปีที่ผ่านมา รวมถึงฝนทิ้งช่วงยาวนาน ทำให้ปริมาณแหล่งน้ำธรรมชาติหรืออ่างเก็บน้ำลดน้อยลง จนส่งผลต่อน้ำอุปโภคบริโภคและภาคอุตสาหกรรม
  • หายนะภาคการเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร: เนื่องจากปัญหาขาดแคลนน้ำกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรที่ลดลง เช่น ข้าว น้ำตาล และปาล์มน้ำมัน ซึ่งอาจนำไปสู่การขาดแคลนสินค้าเกษตร และกระทบต่อราคาอาหารที่แพงขึ้น จนกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารได้ในที่สุด
  • ปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันข้ามพรมแดน (PM 2.5): อากาศที่ร้อนและแห้งแล้งเป็นตัวเร่งทำให้เกิดไฟป่าได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่พรุและป่าไม้ในอินโดนีเซียที่เป็นเชื้อเพลิงเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าครั้งใหญ่ และทำให้ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนในสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทย จนกระทบต่อคุณภาพอากาศของประชาชนและก่อให้เกิดปัญหาฝุ่น PM2.5
  • คลื่นความร้อน (Heatwave): อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้คน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและโรคเกี่ยวกับความร้อน เช่น ฮีทสโตรก (Heatstroke) ตลอดจนส่งผลให้มีการใช้พลังงานไฟฟ้ามากยิ่งขึ้นจากการใช้งานเครื่องปรับอากาศเพื่อระบายความร้อน

บทความเกี่ยวข้องที่น่าสนใจ :

 

แผนรับมือเมื่อเผชิญศึก “ซูเปอร์เอลนีโญ”

แผนรับมือเมื่อเผชิญศึก “ซูเปอร์เอลนีโญ”

เมื่อปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้อย่างซูเปอร์เอลนีโญกำลังคุกคามประเทศไทย จึงต้องเตรียมแผนรับมือให้พร้อมและอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนประชาชนด้วยกัน เพื่อผ่านพ้นวิกฤตสภาพอากาศครั้งนี้ไปให้ได้ โดยมีวิธีรับมือดังนี้

  • วางแผนบริหารจัดการน้ำ: รณรงค์ให้ทุกภาคส่วนใช้น้ำอย่างประหยัด จัดสรรการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการหาแหล่งน้ำสำรอง และสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงภัยแล้งโดยเฉพาะภาคเกษตรและอุตสาหกรรม
  • การปรับตัวภาคการเกษตร: ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยหรือเก็บเกี่ยวได้เร็ว พร้อมวางแผนเพาะปลูกให้สอดคล้องกับแนวโน้มปริมาณน้ำฝน และทำประกันภัยพืชผลเพื่อลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ
  • ความร่วมมือระดับภูมิภาค (ASEAN): ผลักดันความร่วมมือของประเทศสมาชิกอาเซียนในการจัดการปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนอย่างจริงจัง ควบคุมการเผาในที่โล่ง และป้องกันการเกิดไฟป่าในภูมิภาค
  • เฝ้าระวังด้านสาธารณสุข: ยกระดับระบบสาธารณสุขเพื่อรองรับผลกระทบจากสภาพอากาศรุนแรง ทั้งโรคลมแดด (Heatstroke) และปัญหาโรคทางเดินหายใจที่เกิดจากฝุ่น PM2.5 ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

 

ข้อมูลอ้างอิง:

- SD Thailand (2026).‘ไทย – อาเซียน’ จุดเปราะบาง ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ วิกฤต ‘ร้อน-แล้ง’ รุนแรง ลากยาวข้ามปี กระทบระบบผลิตอาหาร คลื่นความร้อน หมอกควันข้ามพรมแดน, จาก https://www.sdthailand.com/2026/04/risk-from-super-el-nino/

- TNN Thailand (2026). “ซูเปอร์เอลนีโญ” ปลุกวิกฤตอาหารซ้ำเติมโลก, จาก https://www.tnnthailand.com/wealth/economy/232394/#google_vignette

- ThaiPublica (2026). วิกฤต “ซูเปอร์เอลนีโญ” ปี 2569-2570: ความร้อนระอุและภัยแล้งที่คุกคามประเทศไทย, จาก https://thaipublica.org/2026/04/super-el-nino-2026-2027/

- THE STANDARD (2026). เจาะลึกสัญญาณเตือน 61% รับมือ ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ ภัยแล้งครั้งใหญ่ที่ไทยอาจต้องเผชิญในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า, จาก https://thestandard.co/super-el-nino-thailand-drought/

- Bangkok Biz News (2026). ‘ซูเปอร์เอลนีโญ’ รอบนี้ รุนแรงสุดในรอบ 140 ปี อาเซียนเตรียมรับมือร้อนจัด-แล้งรุนแรง, จาก https://www.bangkokbiznews.com/sustainability/environment/1228892

ไม่หวั่นวัตถุดิบขาดแคลนแม้เผชิญเอลนีโญ ด้วยโซลูชันจัดหาวัตถุดิบผักผลไม้ “VEGGIE INDUSTRY” By CoGISTICS

เมื่อโลกกำลังเผชิญความผันผวนจากซูเปอร์เอลนีโญ ผู้ประกอบการธุรกิจและอุตสาหกรรมอาหารจำเป็นต้องมีพาร์ทเนอร์ด้านซัพพลายเชนที่เชื่อถือได้

VEGGIE INDUSTRY” โซลูชันด้านการจัดหาวัตถุดิบผักและผลไม้กว่า 100 ชนิด สำหรับภาคอุตสาหกรรมอาหาร ที่ช่วยบริหารจัดการซัพพลายเชนให้มีความต่อเนื่อง แม้ในช่วงที่โลกผันผวน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาภัยแล้ง หรือวัตถุดิบขาดตลาด การมีระบบจัดการซัพพลายเชนที่แข็งแกร่งจะช่วยให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคง

 

สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ช่องทาง

Call: 02-328-6638

Line Official: @cogistics

Facebook: Cogistics Co., Ltd.

Email: salesorder@cogistics.co.th

แล้วมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับเรา Cogistics เพื่อนคู่คิดธุรกิจอุตสาหกรรมอาหาร